Posts Tagged ‘Science & Technology’

BarCamp Bangkok 3 – My first BarCamp

Monday, May 25th, 2009

25052009180

ทำตามกฏครับ 2nd Rule: You do blog about BarCamp

เนื่องด้วยเพิ่งขายกล้องตัวเก่งของตัวเองไป งานนี้เลยไม่มีรูปมาประกอบเลย มีถ่ายนิดๆหน่อยด้วยมือถือ

ขอแบบคร่าวๆนะครับ เพราะงานรัดตัวจนพุงจะหดหมดแล้ว

- วันแรก ผมเน้น Agile Series อย่างเดียวเลย ประกอบไปด้วย Due Date The Root Of All Evils, The Heart Of Agile, Pair Programming

23052009178

- พักเที่ยง กินข้าวกับ @9aum @FordAntiTrust @sixhead @tvchampion คุยกันหลายเรื่อง ทั้งเรื่องที่เอาไปพูดต่อได้ และไม่ได้ เหอๆ

- กลางคืน ออกไป BeerCamp กับ @nuboat @punneng @dekpump @somkiat @rawitat @bact @markpeak @phisite น้อง benz (จำ twitter ไม่ได้) แล้วก็สาวๆ (ที่ผมจำ twitter ไม่ได้อีกเหมือนกัน เพราะได้คุยกันก่อนกลับนิดเดียวเอง) คุยกันหลายเรื่องมากครับ ทั้งการศึกษา, Java แมร่งช้า, มาอันก่อนกลับเรื่องบอลนี่แหละครับ ได้อรรถรสสุด ตอนจะกลับยังสรุปไม่ได้นะครับว่า ตกลงลิเวอร์พูลดีทุกอย่างเลย แต่ทำไมแมร่งไม่ได้แชมป์ฟระ (ผมเสนอว่าราฟาควรเล่น Twitter แล้ว follow ผมเพื่อตามอ่านผม tweet เวลาแข่งด้วย) กลับมาก็นั่งคุยกันต่อที่แคมป์ แต่จำสมาชิกไม่ค่อยได้แล้ว เพราะเริ่มเมา (เอิ้ก)

- วันที่สอง ช่วงเช้านี่เน้นทางธรรมก่อนเลยครับ หลังจากไปผิดศีลมาเมื่อคืน เริ่มด้วย You are the ONE (เกี่ยวกับสมาธิ) ต่อด้วย Dharma Framework For Geek (การมีสติ) จากนั้นเริ่มเข้าสู่ด้านมืดด้วยหัวข้อ สาว Hi5 สวยจริงเหรอ กับ จีบสาวผ่าน Twitter จริงไม่ได้ตั้งใจจะเข้าแต่โดนกระแส(หื่น)พาไป บวกกับไม่รู้จะเข้าอะไรด้วย ก่อนกลับก็เข้าหัวข้อ PAW66 ฟัง @roofimon ย้ำกันชัดๆว่า Java เร็วววส์ โคดๆ แถมเงินดีด้วย (อ้าว แล้วทำไมต้องเขียนหนังสือขาย)

สุดท้าย อย่าลืมตามอ่าน Blog ท่านอื่นๆ, ควันหลงใน Twitter, และ Slide ในงานนะครับ

ล.ป. ขอชื่มชม Staffs ทุกท่าน, Sponsors ผู้มีพระคุณ, และ Participants ทุกท่านเลยครับ You all have done a great job.

Send your name to the moon

Friday, June 27th, 2008

เป็นโครงการของ NASA ที่รวบรวมชื่อของมนุษยชาติไปแปะกับยาน Lunar Reconnaissance Orbiter (LRO) โดยกำหนดส่งชื่อสิ้นสุดในวันนี้ครับ สำหรับใครที่ส่งชื่อไปก็จะได้ Certificate ด้วย ด้านล่างนี้ผมอ้างอิงมาจากเว็บของ NASA ครับ

Sign up to send your name to the moon. Names will be collected and placed onboard the LRO spacecraft for its historic mission bringing NASA back to the moon. You will also receive a certificate showcasing your support of the mission.

The deadline is June 27, 2008 for the submission of names.

LRO’s objectives are to find safe landing sites, locate potential resources, characterize the radiation environment, and demonstrate new technology.

ถ้าใครสนใจก็เข้าไปลงชื่อได้ที่เว็บ Lunar Reconnaissance Orbiter แล้วกด Link ด้านขวาที่เขียนว่า “Send your name to the moon” แล้วจะได้ certificate เท่ๆแบบด้านล่างนี้

มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติประจำปี 2550

Saturday, August 4th, 2007

สถานที่จัดงาน : ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมไบเทค บางนา
วันที่จัดงาน : วันที่ 8 – 19 สิงหาคม 2550 (วันที่ 10 สิงหาคม รอบพิเศษ เฉพาะแขกรับเชิญเท่านั้น)
เวลาเปิดให้เข้าชม : เวลา 09.00 – 20.00 น.
พิธีเปิดงาน : วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม เวลา 15.00 น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดงาน

รายละเอียดเพิ่มเติม

Thailand Electronics & Industrial Technology 2007

Thursday, July 12th, 2007

งานจัดตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 15 นะครับ ที่น่าสนใจก็มีเกี่ยวกับ GPS แล้ว Embeded System Contest ครับ

งาน Thailand Electronics & Industrial Technology 2007 ในครั้งนี้นับได้ว่าเป็นการจัดงานต่อเนื่องมาจากปีที่แล้ว ซึ่งในครั้งนี้นับว่าเป็นครั้งที่ 9 แล้ว และได้รับความสำเร็จอย่างสูง จากคำชื่นชมที่เราได้รับอย่างต่อเนื่องจากผู้เข้าร่วมออกบูธแสดงงาน และผู้เข้าร่วมงาน

งาน Thailand Electronics & Industrial Technology 2007 เป็นงานที่ยิ่งใหญ่อันดับหนึ่งของงานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีด้านอิเล็กทรอนิกส์และอุตสาหกรรมของประเทศไทย ซึ่งในปีนี้ได้มีการใช้พื้นที่ในการจัดแสดงเต็มพื้นที่ในส่วนของ Plenary Hall คิดเป็นพื้นที่แสดงสินค้ารวม 4,656 ตารางเมตร

การแสดงสินค้าแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มผู้จำหน่ายอะไหล่อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือวัด กลุ่มเครื่องมือเครื่องจักรด้านอุตสาหกรรม และกลุ่มอุปกรณ์ และระบบรักษาความปลอดภัย โดยกลุ่มเป้าหมายหลักได้แก่ วิศวกร ช่างเทคนิค ผู้บริหารระดับสูง เจ้าของกิจการ ฝ่ายจัดซื้อสินค้า อาจารย์ นักศึกษา รวมถึงผู้สนใจทั่วไป

รายละเอียดเพิ่มเติม Thailand Electronics & Industrial Technology 2007

NAC 2007 งานประชุมวิชาการประจำปี 2550 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

Wednesday, March 28th, 2007

nac2007.PNG
งานประชุมวิชาการประจำปี ที่มีการจัดแสดงผลงานจากแลปต่างๆในสวทช. งานนี้ไม่ได้มี Laptop มาลดราคา หรือ Thumb Drive ซื้อ1แถม1 เหมือน Commart หรอกนะครับ แต่จากงานนี้คุณจะได้เห็นว่างานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทยเขาเดินไปในทิศทางไหน

อ้างอิงจาก งานประชุมวิชาการประจำปี 2550 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

งานประชุมวิชาการประจำปี 2550
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
28-30 มีนาคม 2550

ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดการประชุมประจำปี สวทช.
วันที่ 28 มีนาคม 2550

ภายในงานตั้งแต่ 28 ถึง 30 มีนาคม พบกับ

การประชุมวิชาการ สัมมนา และการเสวนาที่น่าสนใจ อาทิ

  • ปาฐกถาพิเศษ ‘เศรษฐกิจพอเพียงกับการเพิ่มผลิตภาพ’
  • การบรรยายพิเศษ ‘3D Body Scanning & Healthcare Applications’
  • การประชุม ‘กุ้งทะเลแห่งชาติ’
  • การสัมมนา ‘FTA กับการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย ปี 2550’
  • การประชุมเชิงปฏิบัติการ ‘เทคโนโลยีวิศวกรรมความรู้’
  • การนำเสนอผลงานวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนคลัสเตอร์
  • ยุทธศาสตร์ของประเทศ
  • นิทรรศการ ‘สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย’
  • การเยี่ยมชมห้องปฏิบัติของศูนย์วิจัยแห่งชาติกว่า 70 ห้องปฏิบัติการ พร้อมพูดคุยกับนักวิจัยอย่างใกล้ชิด
  • บริการพิเศษ เช่น การฝังรากฟันเทียม และตรวจสุขภาพฟันฟรี (ศูนย์เทคโนโลยีทาง- ทันตกรรมขั้นสูง)
  • การสาธิตการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดไฮบริด

สำหรับคนที่ไม่เคยไป ดูแผนที่ได้จากที่เวปของ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ครับ

Buggatti Veyron (407 km/h)

Monday, March 5th, 2007

ว่ากันว่าเป็นรถที่เร็วที่สุดในโลกตอนนี้ครับ… 407 km/h

[youtube=http://www.youtube.com/watch?v=KjZub6AOue8]

Kerriodoxa (ปาล์มหลังขาว)

Monday, February 19th, 2007

ที่มา: ปาล์มหลังขาว โดย ภูมิปัญญาอันดามัน

ปาล์มหลังขาวพบได้ในป่าเขาพระแทว และอีกหลายพื้นที่บนเกาะภูเก็ตที่มีภูมิประเทศคล้ายคลึงกันบนเทือกเขากมลา พบที่ป่าต้นน้ำน้ำตกกะทู้จำนวนมาก ปาล์มหลังขาวเป็นพันธุ์ปาล์มที่หายากชนิดหนึ่ง มีชื่อเรียกอีกว่า “ปาล์มเจ้าเมืองถลาง” หรือ “ปาล์มภูเก็ต” เป็นปาล์มพันธุ์ใหม่ของโลกที่พบครั้งแรกในป่าเขาพระแทว
ประวัติ
เมื่อ 70 ปีมาแล้ว Dr. A.F.G KERR นายแพทย์และนักพฤกษศาสตร์ชาวไอริช ผู้บุกเบิกงานศึกษาพรรณไม้ของไทย ได้เดินทางเข้ามาสำรวจพรรณไม้ในป่าเทือกเขาพระแทว ขณะดำรงตำแหน่งเจ้ากรมตรวจพันธุ์รุกขชาติ สังกัดกรมเพาะปลูกหรือกสิกรรมเวลานั้น พร้อมเก็บตัวอย่างพันธุ์ปาล์มชนิดหนึ่งที่พบบริเวณริมลำธาร แต่ยังไม่สามารถจำแนกชื่อและสกุลได้ เนื่องจากไม่ปรากฏดอกให้เห็น จึงนำไปเก็บไว้ที่หอพรรณไม้ สวนพฤกษศาสตร์ KEW กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
ต่อมาในปี พ.ศ. 2520 ศ.ดร.เต็ม สมิตินันทน์ผู้เชี่ยวชาญพฤกษศาสตร์ป่าไม้และนายจรัล บุญแนบ หัวหน้าศูนย์พฤกษศาสตร์เขาช่อง จังหวัดตรัง ได้เชิญ Dr. John Dransfield นักพฤกษศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญพันธุ์ไม้วงศ์ปาล์มให้เข้ามาตรวจและเก็บตัวอย่างที่สมบูรณ์ของปาล์มพันธุ์นี้ไปศึกษาให้กระจ่างอีกครั้งเพื่อกำหนดชื่อ สกุล ปรากฏว่าเป็นปาล์มสกุลใหม่ของโลก(new genus) และเพื่อเป็นเกียรติแก่ Dr.A.F.G KERR ผู้ค้นพบ จึงตั้งชื่อสกุลปาล์มพันธุ์ใหม่นี้ว่า Kerriodoxa ซึ่งมีพันธุ์ไม้ชนิดเดียวในสกุล ได้แก่ Kerriodoxa elegans, Dransfields เรียกชื่อสามัญว่าปาล์มหลังขาว ทังหลังขาว หรือปาล์มเจ้าเมืองถลาง
ปาล์มหลังขาวจัดเป็นพันธุ์ไม้เฉพาะถิ่น(endemic species)ที่มีในประเทศไทย ซึ่งแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในป่าดงดิบชื้น โดยเฉพาะบริเวณริมลำธารที่มีแสงรำไรและลมไม่แรงนัก
ปัจจุบันปาล์มหลังขาวเป็นพันธุ์ไม้หายากและใกล้สูญพันธุ์เนื่องจากระบบนิเวศของป่าดิบชื้นเปลี่ยนไป ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติ ถึงขณะนี้มีผู้สำรวจพบปาล์มหลังขาวที่อุทยานแห่งชาติเขาสก จ.สุราษฎร์ธานี อีกแห่งหนึ่ง

ลักษณะภายนอก
ใบคล้ายใบตาล ลำต้นสูงเต็มที่เท่าที่ค้นพบได้ในป่าธรรมชาติประมาณ 5-7 เมตร ก้านใบสีดำ ใบแบบรูปพัด ขอบใบเป็นแฉก หลังใบสีขาวขุ่น สามารถขูดออกเป็นขุยได้ จะออกดอกเป็นยวงสีนวลระหว่างเดือนธันวาคม เดือนกุมภาพันธุ์จึงปรากฏผล ผลอ่อนมีลักษณะกลมเกลี้ยง เปลือกสีเหลืองคล้ายลางสาด ผลสุกสีเหลืองแก่และจะร่วงลงสู่พื้นดินเกิดเป็นต้นใหม่ต่อไป
การกระจายพันธุ์
ปาล์มหลังขาวแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติในป่าดงดิบ ชอบพื้นที่ชื้นริมลำธารที่มีร่มเงาและลมไม่แรงจนเกินไป หากอยู่ในสภาพที่แสงแดดจัด ใบที่มีสีเขียวจะจางลง ทำให้ใบหักเสียรูปทรง ขาดความงดงามเท่าที่ควร

การขยายพันธุ์
เริ่มจากนำผลที่ร่วงลงสู่พื้นดินมากะเทาะเปลือกออกให้เหลือแต่เมล็ด นำเมล็ดที่สมบูรณ์ไปเพาะในภาชนะที่หาได้ รดน้ำให้ชุ่มจนสังเกตเห็นรากงอก จึงนำลงถุงเพาะชำกล้าไม้ กระบอกไม้ไผ่หรือวัสดุอื่นๆ จนกระทั่งโตเป็นต้นกล้า เพื่อนำไปปลูกในกระถางหรือพื้นดินต่อไป
ช่วงหลังความนิยมในการจัดสวนโดยใช ้”ต้นปาล์ม” มีให้เห็นเป็นจำนวนมากขึ้น ทั้งตามบ้านเรือน สถานที่ราชการ และตามถนนในกรุงเทพ การจัดสวนปาล์มนับย้อนไปจนถึงยุคปาปิโลน ยุคอียิปต์โบราณ ชนเผ่าอาหรับใช้สร้าง OASIS กลางทะเลทรายที่ร้อนระอุ การจัดสวนปาล์มสมัยใหม่ น่าจะได้รับแบบแผนจาก California ซึ่งนำสายพันธุ์ปาล์มจากทั่วโลกมาใช้ พืชตระกูลปาล์มมีสายพันธุ์ต่างๆ หลายร้อย จนอาจเป็นพันชนิด ในประเทศของเราก็น่าจะมีหลายสิบพันธุ์ ตั้งแต่ มะพร้าว หมาก ปรง เป้ง จั๋ง ตาล หมากป่า หมากเขียว ปาล์มหลังขาว เต่าล้านฯลฯ บางชนิดก็อยู่ในป่าร้อนชื้น บางชนิดก็อยู่ในป่าโคก ป่าหินที่แห้งแล้ง โดยรูปทรงของปาล์มมีลำต้นตั้งตรงสูง ใบเป็นก้าน ปลีกใบเป็นแฉก เป็นระเบียบ มีลูกเป็นพวงระย้า การจัดสวนปาล์มสวนใหญ่ จึงถูกจัดวางเป็นเส้นสายเรขาคณิต เป็นแนว เป็นระเบียบ แนวเส้นตรง วงกลม และมักจะเลือกขนาดลำต้น ความสูงเท่าๆ กัน จัดวางเรียงในกลุ่มเดียวกัน ต้นปาล์มให้ความรู้สึกแห้งแล้ง การจัดสวนปาล์ม ก็ควรทำลายความกระด้าง โดยการเลือกพันธุ์ที่ให้อารมณ์ชุ่มชื่น จัดวางที่ไม้เป็นรูปทรงเรขา และเอาไม้อื่นๆ มาล้อมเพื่อเพิ่มสีสันให้ดูอบอุ่น ลดความกระด้างลงมา สวนปาล์มมีลักษณะเด่นที่ไม่เปลี่ยนแปลงเร็วนักเหมาะสำหรับพื้นที่บ้างจุด เช่น มุมอาคาร สวนบนระเบียน และดาดฟ้าตึก

รูปด้านล่างนี้ผมถ่ายเองที่ภูเก็ต เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2550 ที่ผ่านมา ปัจจุบันปาล์มหลังขาวหายากมากเพราะใกล้จะสูญพันธุ์แล้วครับ

kerriodoxa.JPG

เอาไว้ผมจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับต้นไม้อีกแน่นอน รออ่านกันได้เลยครับ

Sniff/Smell sensor

Friday, February 9th, 2007

วันนี้อ่านข่าว มหิดลทำจมูกหมาอิเล็กทรอนิกส์แยกกลิ่นตัวคน โดย ARIP เห็นว่าน่าสนใจเลย Quote มาให้อ่านกัน

ดร.ธีรเกียรติ์ เกิดเจริญ ศูนย์นาโนศาสตร์และนาโนเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “จมูกหมา” เป็นชื่อโครงการวิจัยและพัฒนาจมูกอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับการทำงานของจมูกสุนัขตามธรรมชาติ ซึ่งสามารถจดจำเจ้าของได้จากกลิ่น อีกทั้งลักษณะการทำงานของจมูกหมาอิเล็กทรอนิกส์ ยังเลียนแบบการทำงานของจมูกสุนัขอีกด้วย ที่ต้องมีการ “ย้ำกลิ่น” หรือให้ดมวัตถุซ้ำบ่อยครั้ง ในการติดตามวัตถุหรือบุคคลเป้าหมาย
การพัฒนาจมูกหมาอิเล็กทรอนิกส์นี้ นักวิจัยได้ประสานความร่วมมือกับนักชีววิทยา เพื่อศึกษาจมูกอย่างละเอียด โดยเฉพาะระบบรับและจำแนกกลิ่น สำหรับใช้เป็นข้อมูลเพื่อการออกแบบพัฒนา จากนั้นจะนำไปติดตั้งในหุ่นยนต์ ก็จะกลายเป็น “หุ่นยนต์ดมกลิ่น” ส่วนความคืบหน้าโครงการจมูกหมา ขณะนี้ได้พัฒนาเซ็นเซอร์รับกลิ่นเรียบร้อยแล้ว ซึ่งสามารถเปรียบเทียบและจำแนกกลิ่นที่มาจากสองทิศทาง และเมื่อนำไปติดตั้งในหุ่นยนต์ จะทำให้หุ่นยนต์หันซ้าย-ขวาไปตามแหล่งกำเนิดกลิ่น

นอกจากนี้ โครงการจมูกหมาอิเล็กทรอนิกส์ ยังสามารถประยุกต์ทำเป็นอุปกรณ์แปลกลิ่นให้เป็นสี เพื่อประโยชน์ด้านการสื่อสารที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะลักษณะและระดับความแรงของกลิ่น เป็นข้อมูลที่อธิบายได้ยาก ฉะนั้น หากมีเครื่องมือที่สามารถแปลข้อมูลให้แสดงออกมาในรูปของแถบสี จะช่วยให้การสื่อสารตรงกันยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับวงการวิจัย

นอกจากนี้ ทีมงานในศูนย์นาโนศาสตร์ร่วมกันพัฒนา “ซอฟต์แวร์จดจำกลิ่น” ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์สนับสนุนโครงการจมูกอิเล็กทรอนิกส์ ปัจจุบันซอฟต์แวร์ดังกล่าว พบว่าสามารถจดจำและจำแนกกลิ่นกายมนุษย์ตัวอย่าง โดยการทดลองอาศัยกลิ่นกายที่แตกต่างกันชัดเจน ระหว่างกลิ่นกายชาวต่างชาติกับคนไทย ทั้งยังสามารถจำแนกได้ระดับหนึ่ง ในกรณีที่กลิ่นกายนั้นใช้สเปรย์ระงับกลิ่นกายยี่ห้อเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ทีมงานยังต้องพัฒนาซอฟต์แวร์ดังกล่าวให้แม่นยำยิ่งขึ้น และสามารถจดจำและจำแนกกลิ่นได้หลากหลายขึ้น เช่น กลิ่นกายของผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ กลิ่นกายของผู้ที่กินกระเทียม ในอนาคตซอฟต์แวร์นี้สามารถใช้ประโยชน์สำหรับ “การระบุตัวตน” คล้ายกับเทคโนโลยีฟิงเกอร์พริ้นต์ รวมทั้งประโยชน์ด้านการพัฒนาน้ำยาระงับกลิ่นกายด้วย

นอกจากนี้ผมยังลองหาข้อมูลต่อว่าต่างประเทศเค้าไปถึงไหนกันแล้ว ก็เจอข่าวว่าที่ Pentagon ก็กำลังทำวิจัยเพื่อใช้ในทางการทหารเช่นกัน
New Detectors Sniff Terrorists’ Scents

The da Vinci robot

Monday, February 5th, 2007

เมื่อเช้าไปสดุดกับโฆษณาทางวิทยุอันนึง
ในโฆษณากล่าวว่าทาง รพ.กรุงเทพ ใช้หุ่นยนต์ในการผ่าตัดหัวใจ ที่สดุดหูคือชื่อของเข้าหุ่นยนต์ตัวนั้นที่ชื่อ “ดาวินชี”
เลยนั่งหาข้อมูลเสียหน่อยว่าเจ้าหุ่นที่ชื่อเหมือนจิตรกรก้องโลกคนนี้มีดีอะไรบ้าง
ที่ผมนำมาให้อ่านกันก็มี Product Description จากบริษัทผลิตหุ่นตัวนี้ บริษัท Intuitive Surgical กับอีกบทความจาก สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

Intuitive Surgical’s da Vinci® Surgical System
ที่มา Intuitive Surgical

Intuitive Surgical leads the development and commercialization of robotic technology designed to extend the benefits of minimally invasive surgery to broadest possible base of patients. Intuitive’s products can provide surgeons with all the clinical and technical capabilities of traditional open surgery while enabling them to operate through tiny incisions.

How does a Hospital Measure the Value of a Technology Investment?
Intuitive Surgical’s da Vinci® Surgical System combines superior 3D visualization along with greatly enhanced dexterity, precision and control in an intuitive, ergonomic interface with breakthrough surgical capabilities.

The da Vinci Surgical System is improving patient experiences and outcomes by fundamentally changing surgery in three ways:

Simplifies many existing MIS procedures
Many surgical procedures performed today using standard laparoscopic technique may be performed more quickly and easily using the da Vinci Surgical System. This is because the da Vinci System delivers increased clinical capability while maintaining the same “look and feel” of open surgery.
Makes difficult MIS operations routine
Traditional laparoscopy has never become widely applied outside a limited set of routine procedures. Only a select group of highly skilled surgeons routinely attempt complex procedures using a minimally invasive approach . The da Vinci Surgical System finally allows more surgeons to perform complex procedures using a minimally invasive approach – routinely and with confidence.
Makes new MIS procedures possible
A number of procedures that could not be performed using traditional MIS technologies can now be performed using the da Vinci Surgical System. The advanced feature set and extensive EndoWrist® instrumentation of the da Vinci System enable surgeons to perform more procedures through 1-2 cm incisions.
Improved Patient Outcomes
By enhancing surgical capabilities, Intuitive’s products are helping to improve clinical outcomes and redefine standards of care. Patients may experience the following benefits:

Reduced trauma to the body
Reduced blood loss and need for transfusions
Less post-operative pain and discomfort
Less risk of infection
Shorter hospital stay
Faster recovery and return to normal daily activities
Less scarring and improved cosmesis
Due to the patient- and procedure-specific nature of surgery, these benefits cannot be guaranteed.

”ดาวินชี” หุ่นยนต์ศัลยแพทย์ลงมือปลูกถ่ายไตเป็นครั้งแรก
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

เทเลกราฟ – หมอหุ่นยนต์ “ดาวินชี” คืบหน้าไปอีกก้าว หลังจากสามารถผ่าตัดรักษาโรคต่างๆ แทนแพทย์ได้แล้ว ล่าสุดหมอศัลยกรรมจักรกลชิ้นนี้ประสบความสำเร็จในการลงมือปลูกถ่ายไต อันเป็นภารกิจที่ละเอียดอ่อนและต้องใช้ความแม่นยำเป็นครั้งแรกในอังกฤษ หวังอนาคตใช้หุ่นยนต์ลงมีดผ่าตัดแทนหมอ

“ดาวินชี” (The da Vinci robot) เครื่องจักรกลราคาประมาณ 1 ล้านปอนด์ของโรงพยาบาลกายส์ (Guy’s Hospital) ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษเป็นหนึ่งในหุ่นยนต์ผ่าตัดบนเกาะอังกฤษที่มีอยู่เพียง 2 ตัว ได้ปฏิบัติภารกิจที่แสนละเอียดอ่อน อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนด้วยแขนกลทั้ง 2 ข้างนำ “ไต” ออกจากร่างของพอลลีน เพย์น (Pauline Payne) และนำไปปลูกให้กับเรย์มอนด์ แจ็กสัน (Raymond Jackson) คู่หมั้นของเธอที่กำลังป่วยหนัก

ก่อนหน้านี้ หุ่นยนต์ดาวินชีเคยลงมือปฏิบัติการผ่าตัดมาแล้ว บนเกาะอังกฤษ โดยได้เคลื่อนย้ายอวัยวะที่เจ็บป่วยออกมาจากร่างกายและศัลยกรรมกลับคืน แต่การปลูกถ่ายไตนับเป็นของใหม่ ซึ่ง โพรการ์ ดาสกุปตา (Prokar Dasgupta) ผู้นำทีมที่ปรึกษาศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะของโรงพยาบาลกายส์ได้เรียกใช้บริการ “ดาวินชี” เป็นครั้งแรก และนับว่าเป็นการปลูกถ่ายอวัยวะโดยหุ่นยนต์เป็นครั้งแรกบนเกาะอังกฤษ

แขนยนต์ 2 ข้างของดาวินชีส่งแขนน้อยขนาดเท่าดินสอแทรกเข้าไปในร่างของเพย์น เป็นช่องกว้าง 8 มิลลิเมตร เพื่อตัด เล็มและเย็บบริเวณที่ต้องการ ซึ่งมีแผงควบคุมดาวินชีห่างออกไปจากเตียงผ่าตัดไม่กี่ฟุต และแม้ว่าการทำงานของดาวินชีจะดูเชื่องช้ากว่าหมอผ่าตัดตัวจริง แต่ข้อเด่นที่หุ่นยนต์ผ่าตัดสามารถนำมาทดแทนคนได้ก็คือความสั่นไหวของมือ ซึ่งการใช้หุ่นยนต์จะหมดปัญหานี้ไป

บรรยากาศภายในห้องผ่าตัด ศัลยแพทย์นั่งลงที่แผงควบคุม สั่งการให้ดาวินชีจัดการกับคนไข้ที่เตียง

ขณะที่แขนทั้ง 2 ข้างของดาวินชีทำงาน แขนอันที่ 3 ซึ่งติดกล้องอยู่ก็จะแทรกเข้าไปในรูที่สร้างขึ้นมา โดยจะส่งเป็นภาพ 3 มิติสู่ผู้ที่กำลังควบคุมหุ่นยนต์ดาวินชี โดยเจ้าหน้าที่จะควบคุมการผ่าตัดด้วยมือกับแผงคอนโซลข้างหน้า และใช้เท้าบังคับมุมกล้องให้สอดส่องไปตามตำแหน่งต่างๆ

”คุณจะรู้สึกเหน็ดเหนื่อยน้อยลงกว่าแต่ก่อนมาก เพราะว่าจะได้นั่งอย่างสะดวกสบายและเคลื่อนไหวตัวได้ตามต้องการ” ดาสกุปตา ซึ่งได้รับมอบหมายให้ควบคุมการผ่าตัดครั้งนี้ กล่าวถึงความแตกต่างระหว่างการใช้หุ่นยนต์กับผ่าตัดด้วยมือของแพทย์ที่เป็นมนุษย์ โดยแพทย์หุ่นยนต์จะมีความเฉียบคมและแม่นยำในการลงมีดมากกว่ามือหมอที่อาจจะมีความสั่นไหว

หุ่นยนต์ศัลยกรรม “ดาวินชี” เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่พัฒนาขึ้นโดยอินทิวทีฟ เซอร์จิคัล (Intuitive Surgical) ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งในอังกฤษมีโรงพยาบาลเพียง 2 แห่งที่นำ “ดาวินชี” มาใช้บริการ คือโรงพยาบาลกายส์และเซ็นต์แมรี ในลอนดอน ซึ่งดาสกุปตา ทีมศัลยแพทย์ของกายส์มีจุดมุ่งหมายสูงสุดคือใช้หมอหุ่นยนต์ตัวนี้ผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะ ซึ่งยังไม่เคยมีปฏิบัติการเช่นนี้มาก่อน

ขณะเดียวกัน เพย์นพนักงานบัญชีวัย 55 ปี และแจ็กสันวัย 59 ปีเกษียณอายุแล้วหมั้นกันมากว่า 3 ปีและวางแผนจะแต่งงานกันภายในปีนี้ ซึ่งแจ็กสันเริ่มป่วยเมื่อ 2 ปีก่อนอันเนื่องมาจากความดันโลหิตสูง ซึ่งมีผลกระทบต่อไตและการมองเห็น ถ้าเขาไม่ได้รับไตใหม่ เขาก็จะต้องได้รับการฟอกไตอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นคู่หมั้นของเขาจึงได้บริจาคไตข้างหนึ่งให้แจ็กสัน แม้ว่าอาจจะได้รับการต่อต้านเพราะไม่ได้เกี่ยวดองเป็นญาติกัน แต่โชคดีที่ไตของเธอเข้ากับเขาได้ และที่สำคัญเพย์นอาสาที่จะใช้ดาวินชีปลูกถ่ายไต หลังจากได้อ่านเรื่องราวความสำเร็จของดาวินชีในเคสก่อนหน้า

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม 2548 เวลา 08:36 น.