เมื่อ Apple โดนเจาะมันก็จะเป็นอย่างนี้ครับ
จริงๆเรียกเจาะไม่ถูก เรียกว่ายิงทิ้งเลยดีกว่า
เมื่อ Apple โดนเจาะมันก็จะเป็นอย่างนี้ครับ
จริงๆเรียกเจาะไม่ถูก เรียกว่ายิงทิ้งเลยดีกว่า
เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นที่ออฟฟิศของผม
ระหว่างที่กำลังจะเริ่ม Teleconference นั้น Director (ฝรั่ง) ก็เปิดประเด็นว่าเมื่อคืนนี้มี Forward Email ส่งมาจากบริษัทที่ให้บริการอินเตอร์เน็ต โดยต้นฉบับนั้นส่งมาจากบริษัทที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หนังในสหรัฐอเมริกา เนื้อหาของจดหมายประมาณว่าทางเขาได้ detect เจอว่า IP Address ของออฟฟิศมีการ download หนังที่ผิดลิขสิทธิ์ผ่านระบบ BitTorrent (โอ้…)
และแน่นอน Director ไม่นิ่งเฉยปล่อยให้คนผิดลอยนวล ก็มีการปรึกษากับฝ่าย Admin ว่าสามารถ Track จาก Log ได้มั้ยว่าใครเป็นคนทำ
ไม่รู้โชคดีหรือโชคร้าย เนื่องด้วยสัปดาห์ที่แล้วตอนไฟดับ ทำให้เครื่อง Server ที่บันทึก Log ตรงนี้ดับไปแล้วไม่มีใครไปเปิดมัน (เข้าใจว่าปกติไม่ค่อยมีใครสนใจมันอยู่แล้ว) ทำให้ไม่มีการบันทัก Log ณ ช่วงเวลาที่เกิดเหตุ (ผิด พ.ร.บ.คอมฯ?) ทำให้คนทำผิดรอดตัวไป
งานนี้ผมยังนึกไม่ออกว่าถ้าระบุตัวคนกระทำความผิดได้ มันจะเป็นยังไงต่อ หรือแม้กระทั่งตอนนี้ที่ระบุระดับบุคคลไม่ได้ แต่เจ้าของลิขสิทธิ์เขาระบุบริษัทได้แล้ว บริษัทถือว่ามีความผิดหรือไม่? กฏหมายลิขสิทธิ? พ.ร.บ.คอมฯ? แล้วเขาฟ้องร้องข้ามประเทศกันยังไง?
เอาไว้ให้ Director อารมณ์ดีๆก่อน แล้วผมจะแอบถามดูว่าเรื่องราวจะเป็นยังไงต่อ…
ส่วนใครที่ชอบโหลด BitTorrent อยากให้ดูไว้เป็นอุทาหรณ์นะครับ โดยเฉพาะถ้าออฟฟิศใช้ Static IP ล่ะก็ Track กันเร็วมากๆ
ได้มีโอกาสรู้จักซอฟแวร์ตัวนี้ตอนไป CITEC Workshop
สำหรับคนที่ใช้ Mac หรือ Ubuntu จะมีโปรแกรมสำหรับซูมหน้าจอมาให้อยู่แล้วใช่มั้ยครับ แต่ Windows มันไม่มี จะมีก็แต่ Magnifier ที่ซูมได้ก็จริงแต่แสดงแค่แถบด้านบนไม่เต็มหน้าจอ เหมือนเป็นตัวช่วยในการอ่านซะมากกว่า
สำหรับฟีเจอร์ของ ZoomIt นั้นก็พื้นฐานมากแต่ว่าเพียงพอ ก็คือซูมได้ ขีดเขียนได้ พิมพ์ตัวอักษรได้

หากใครที่ต้องใช้เครื่องทำการพรีเซนต์ หรือโชว์เดโมบ่อยๆผมขอแนะนำเลยครับ มีประโยชน์มากๆ
ลองเล่นกันดูครับ ZoomIt
ในมุมมองส่วนตัวลูคัสไม่ใช่ว่าไม่เก่งนะครับ เพราะถ้าดูอย่างนัดชนะนิว 5-1 จะเห็นว่าเซนส์บอลของลูคัสดีมากๆ
แต่ที่ไม่ควรก็คือการที่ราฟาให้ลูคัสเป็นตัวตัดเกม อย่างเกมล่าสุดที่ลงคู่กับอลองโซ่ โดยอลองโซ่จะคอยคุมเกม
เพราะพูดกันแบบตรงๆ การเข้าบอล แย่งบอล ตัดบอล ของลูคัส เข้าขั้นห่วยแตก เค้าท์น่าจะแย่งบอลเก่งกว่าได้ซ้ำ
และ เท่าที่ดูในคลิปเก่าๆของลูคัส ผมว่าเขาไม่ได้เล่นเป็นตัวตัดเกมนะ เขาเป็นตัวบัญชาเกมมากกว่า แล้วให้แอนเดอร์สันรับผิดชอบเกมรับต่างหาก
ทีนี้มาดูกันต่อว่าถ้าลูคัสเล่นตำแหน่งบัญชาเกมแดนกลางแบบอลองโซ่จะเวริกหรือ เปล่า? อันนี้ถ้าดูจากหลายๆนัดจะเห็นว่าถ้าเกมที่แดนกลางอัดกันแน่นๆหรือเพรสซิ่ง กันเยอะๆ ลูคัสจะเล่นไม่ออกเลย คือไม่กล้าเล่นมาก จะจ่ายบอลสั้นออกข้างตลอด แต่ถ้าเป็นเกมที่เปิดมากๆอย่างนัดเจอนิวเขาจะเล่นได้ดี เพราะลักษณะเกมในลีกบราซิลมันเป็นแบบนั้น ถ้าดูในคลิปเก่าๆจะเห็นเลยว่าลูคัสชอบเจาะตรงกลาง
สรุป ความคิดส่วนตัวเลยนะ ถ้าราฟายังดันทุรังให้ลูคัสทำหน้าที่ที่ตัวเองไม่ถนัดแบบนี้ เหมือน put the right man to the wrong job ก็ไม่ต่างจากการฆ่านักเตะทางอ้อมเลยครับ…
หลาย คนเรียกลูคัสว่าเป็น “ลูกบุญธรรม” ผมมองว่าถ้าราฟายังดื้อดึงทำแบบนี้ก็ไม่ต่างจาก “พ่อ(บุญธรรม)รังแกฉัน” สุดท้ายถ้าลูคัสปรับตัวไม่ได้ก็ต้องย้ายออกไปแบบคีนนั่นเอง…
ป.ล. ผมตั้งกระทู้ไว้ที่ LTF ด้วย ตามไปอ่านความคิดเห็นแฟนหงส์ท่านอื่นกันได้ครับ
ควันหลง CITEC Workshop ครั้งที่1 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาครับ สถานที่ก็ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ อาคารมหานครยิบซั่ม
งานนี้คุณ LuC!F3R เทพในวงการ เป็นวิทยากรตลอดหลักสูตร
สำหรับเนื้อหาในห้องไม่ขออธิบายมาละกันครับ เพราะมันเยอะ แนะนำว่าให้ไปลองเองเลย ไม่ผิดหวังแน่นอน แค่ดูจาก outline ก็รู้แล้วว่าเนื้อหาแน่นขนาดไหน
จะขอแนะนำทีมงานสักเล็กน้อยก็คือในส่วนของผู้ช่วยวิทยากร (TA) ซึ่งเท่าที่เห็นทีมงานนั่งรวมกันอยู่ข้างหลังหมด ทีนี้ผู้เข้าร่วมบางคนตามไม่ทัน เขาก็ไม่กล้าที่จะถามขัดวิทยากร เพราะวิทยากรไปเร็วมาก เพราะเนื้อหาแน่น อันนี้ผมเข้าใจ ผมมองว่าผู้เข้าร่วมประมาณ 30-35 คนนั้น น่าจะมี TA ประมาณ 4-5 คนช่วยประกบเป็นกลุ่มๆนะครับ เพราะงานนี้เป็น Workshop ใครตามไม่ทัน มันจะพาลหลุดยาวได้
ตัดมาตอนท้ายเลยละกัน พอจบการเทรนทั้ง 8 บท ก็มีทดสอบกันเล็กๆน้อยๆ โดยจะได้รับ Certificate จากทาง CITEC ถ้าทำคะแนนได้ 70/100 ขึ้นไป
สอบกันประมาณ 1 ชม.ได้ (เวลาผ่านไปเร็วมาก ฮา) หลังจากนั้นทีมงานรวบรวมข้อสอบกันไปตรวจอย่างขมักเขม้น ผมเห็นหน้าเครียดๆกันเลยเดินไปแซวว่า “ถ้าอ่านที่ผมเขียนไม่ออก ถามได้นะครับ แบบว่ารีบ” ฮา…
ตอนรอนี่น่าเบื่อมาก เพราะเน็ตในห้องเทรนตัดไปแล้ว จริงๆพอเก็บข้อสอบหมดแล้วก็น่าจะต่อเน็ตให้เหมือนเดิมนะครับ
ทีมงานคงเห็นว่าสมาชิกเริ่มหาวกันแล้ว คุณ Edkung ก็เลยมาพูดเกริ่นยั่วกันเล็กน้อยถึง Workshop ครั้งหน้าซึ่งคาดว่าจะเป็นปลายเดือนนี้ ซึ่งเนิ้อหาจะเกี่ยวกับการป้องกันการ Crack Software โดยจะบอกแสดงตัวอย่างและวิธีการทำงานของ Crack และ Keygen และเราจะป้องกันมันยังไง และแน่นอนภาษาที่ใช้หลักๆคือ Assembly หลายคนพอได้ยินคำนี้มีอุทานเล็กน้อย ฮา…
ผ่านไปเกือบชั่วโมงได้มั้ง ทีมงานก็ตรวจข้อสอบเสร็จครับ สรุปผ่าน 7 คน จาก 30-35 คนโดยประมาณ เข้าใจว่าส่วนใหญ่ทำไม่ทันเพราะ
1. โจทย์บางข้อไม่เคลียร์ ว่าให้ไปทำตรงไหนใน Test Server อันนี้ผมยกมือถามเลยเพราะหาไม่เจอ ไม่รู้ท่านอื่นเป็นเหมือนกันมั้ย
2. Google ใช้ไม่ได้เพราะโดนบล็อก เนื่องจากตอนเรียนบท Google Hacking นั้น ทุกคนรุมใช้กันอย่างเมามัน และเป็น pattern ซ้ำๆกันด้วย มันคงคิดว่าโดนโปรแกรมยิง เลยส่ง CAPTCHA มาหยุด แต่หยุดไม่อยู่ครับ เพราะพวกเราไม่ได้ใช้โปรแกรม เราพิมพ์กันเองล้วนๆ สุดท้ายมันเลยบล็อกเป็นพักๆ ผมเองก็เพิ่งเคยเจอแบบนี้ เคยโดนอย่างมากก็ CAPTCHA
3. Print out slide ไม่ชัด อันนี้ผมว่ามีผลนะ เพราะถึงจะเปิด PDF file ดูได้ แต่ความไวในการค้นมันจะช้ากว่า (ถึงจะใช้ search ได้ก็เถอะ)
4. การที่ใช้เครื่องของแต่ละคนเป็น Test Server ทำให้บางทีเกิดปัญหาการ setup อย่างเครื่องผม MySQL ที bundle ใน USBWebServer อยู่ๆดีๆ connect ไม่ได้ซะงั้น ทั้งๆที่ก็ start ขึ้นปกติ ทำให้ข้อที่โจทย์ให้เจาะ SMF ต้องยอมเสีย 10 คะแนนไปฟรี ทั้งๆที่ข้อนี้ง่ายสุดแล้วมั้ง เพราะมี script สำเร็จรูปมาแล้ว
หลังประกาศรายชื่อเสร็จ คนที่ผ่านก็มีพิธีมอบ Certificate โดยคุณ asylu3 ผู้ก่อตั้ง CITEC
สุดท้ายก็ถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึกก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน ใครที่สอบไม่ผ่านคุณ asylu3 บอกว่าคราวหน้ามาสอบซ่อมได้ครับ
สรุปงานนี้สุดยอดมากครับ ต้องขอขอบคุณวิทยากรและทีมงานทุกคนที่จัดงานดีๆแบบนี้ขึ้นมา หวังว่าจะมีครั้งที่สองเร็วๆนี้